เผยแพร่ · อ่าน 6 นาที · โดยทีม MEGA SAFEWORK
JSA (Job Safety Analysis) คือการวิเคราะห์งานหนึ่งงาน โดยแตกเป็นขั้นตอนย่อย แล้วในแต่ละขั้นระบุว่ามีอันตรายอะไร ความเสี่ยงเท่าไร ต้องควบคุมอย่างไร และเหลือความเสี่ยงเท่าไรหลังควบคุม JSA ที่ดีเป็นเอกสารที่คนหน้างานอ่านแล้วรู้ว่าต้องทำอะไร ไม่ใช่เอกสารที่ทำเพื่อแนบให้ครบ
ใช้ JSA เมื่อไร
- ก่อนขอใบอนุญาตทำงานสำหรับงานเสี่ยง ประเภทใบส่วนใหญ่ควรบังคับให้แนบ JSA ที่อนุมัติแล้ว
- งานใหม่ที่ยังไม่เคยทำ หรืองานเดิมที่เปลี่ยนวิธีหรือเครื่องมือ
- งานที่เคยเกิดอุบัติเหตุหรือเกือบเกิดอุบัติเหตุ
ขั้นตอนการทำ JSA
- ตั้งชื่องาน ระบุไซต์ พื้นที่ เครื่องจักร และประเภทใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง
- เขียนขั้นตอนงานเรียงตามลำดับที่ทำจริง ขั้นละหนึ่งการกระทำ
- ในแต่ละขั้น ระบุอันตรายและอธิบายว่าอันตรายเกิดจากอะไร
- ให้คะแนนโอกาสเกิดและความรุนแรงก่อนมีมาตรการ
- เขียนมาตรการควบคุม และระบุผู้รับผิดชอบมาตรการนั้น
- ให้คะแนนความเสี่ยงคงเหลือหลังมีมาตรการแล้ว
- ส่งทบทวนและอนุมัติก่อนนำไปใช้
การให้คะแนนความเสี่ยงด้วย Risk Matrix
คะแนนความเสี่ยงมาจากโอกาสเกิด (Likelihood) คูณความรุนแรง (Severity) ตารางที่ใช้กันมากคือ 5x5 แต่ละโรงงานควรกำหนดป้ายกำกับ ช่วงคะแนน และสีให้ตรงกับนโยบายของตัวเอง แล้วใช้ตารางเดียวกันทั้งองค์กร
- ความเสี่ยงก่อนควบคุม: ประเมินจากสภาพงานจริงโดยยังไม่นับมาตรการที่จะเพิ่ม
- ความเสี่ยงคงเหลือ: ประเมินหลังมีมาตรการแล้ว ถ้ายังสูงเกินเกณฑ์ ต้องเพิ่มมาตรการหรือเปลี่ยนวิธีทำงาน
เคล็ดลับให้ JSA ใช้ได้จริง
- ให้คนที่ทำงานนั้นจริงมีส่วนร่วมในการเขียน
- หนึ่งขั้นตอนมีอันตรายได้หลายรายการ และหนึ่งอันตรายมีมาตรการได้หลายข้อ
- งานที่ทำซ้ำบ่อยควรทำเป็นแม่แบบ แล้วคัดลอกไปแก้ จะเร็วกว่าสร้างใหม่ทุกครั้ง
- ควบคุมเวอร์ชัน เมื่อแก้ JSA ต้องรู้ว่าใบอนุญาตใดใช้ฉบับไหน
- มาตรการที่ยังทำไม่ครบควรถูกติดตามเป็น CAPA ไม่ใช่ปล่อยไว้ในเอกสาร
ทำสิ่งนี้ในระบบได้เลย
ขอ อนุมัติ และปิด Permit ได้จากมือถือ
งานเสี่ยงทุกงานต้องผ่านการประเมิน การอนุมัติ และการเตรียมความปลอดภัยครบก่อนลงมือ MEGA SAFEWORK ทำให้ขั้นตอนนี้เร็วขึ้นโดยไม่ข้ามขั้น ทุกการกดถูกบันทึกพร้อมเวลาและผู้กด